วันนี้ผมต้องของขอบคุณที่ผมอดทนมาถึงวันนี้ เพราะการเลียนแบบเป็นหนทางเดียวที่ทำให้ผมเรียนรู้ด้วยตัวเอง และในที่สุดเมื่อผมเขียนบทความด้านคอมพิวเตอร์มามากๆ พอเริ่มต้นเขียนมือมันก็ลื่นไหลไปเอง สำหรับงานเขียนทางเทคนิคที่น่าอายที่สุดคือ งานเขียนที่ไม่กลมกลืนลื่นไหล ผิดความหมาย อ่านแล้วงง งานแบบนี้หากมีผู้รู้จริงมาอ่าน เข้าก็จะรู้ทันทีว่าผู้เขียน “นั่งเทียน” ขาดความน่าเชื่อถือทันทีครับ
งานเขียนเชิงเทคนิค (Technical Writting) เป็นการเขียนอีกรูปแบบหนึ่งที่ผู้เขียนจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับเทคนิคในสาขานั้นเป็นอย่างดี นักเขียนประเภทนี้จะมีความสามารถเฉพาะด้าน จะเรียกว่าเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะก็ว่าได้ สิ่งสำคัญของการเขียนงานแบบนี้ จะอยู่ที่คำศัพท์ภาษาเทคนิคต่างๆ ที่ถ้าไม่เข้าใจอย่างแท้จริงก็อาจจะแปลผิดเพี้ยนไป หรือแม้แต่เปิดพจนานุกรมแปล แต่ขาดประสบการณ์ในด้านนี้จริงๆ ก็อาจจะได้งานที่อ่านไม่รู้เรื่องก็ได้ การพัฒนานักเขียนสาขานี้ จะมีสองลักษณะคือการพัฒนาจาก นักเขียนทั่วไปแล้วศึกษาความรู้เฉพาะทางเพิ่มเติม และ พัฒนาจากผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นแล้วฝึกฝนการเป็นนักเขียนที่ดี
แต่เอาละไม่ว่าคุณจะเป็นแบบไหนก็ตาม ผมมีคำแนะนำให้คุณอ่านงานเขียนของท่านอื่นๆให้มากๆ เพื่อเป็นแนวทางพื้นฐาน ทั้งสำนวนและคำแปล สมัยก่อนตอนที่ยังเป็นนักศึกษาผมเองอ่านหนังสือของคนอื่นค่อนข้างมากเพื่อเรียนรู้วิธีการเขียน ไม่ต้องอายครับ บางครั้งเราก็ต้องลอกเลียนแบบคนอื่นบ้าง ผมเองก็ยังเคยถูกตำหนิเลยว่าพยายามเลียนแบบคนนั้นคนนี้ ตอนนั้นบอกได้เลยว่ารู้สึกหน้าชาเหมือนกัน แต่วันนี้ผมต้องของขอบคุณที่ผมอดทนมาถึงวันนี้ เพราะการเลียนแบบเป็นหนทางเดียวที่ทำให้ผมเรียนรู้ด้วยตัวเอง และในที่สุดเมื่อผมเขียนบทความด้านคอมพิวเตอร์มามากๆ มันก็ลื่นไหลไปเองเมื่อเริ่มต้นเขียนครับ งานเขียนทางเทคนิคที่น่าอายที่สุดคือ งานเขียนที่ไม่กลมกลืนลื่นไหล ผิดความหมาย อ่านแล้วงง งานแบบนี้หากมีผู้รู้จริงมาอ่าน เข้าก็จะรู้ทันทีว่าผู้เขียน “นั่งเทียน” ขาดความน่าเชื่อถือทันทีครับ