Monthly Archives: กรกฎาคม 2008

การเขียนเป็นศิลปและวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง ที่บ่งบอกถึงภูมิปัญญาและพฤติกรรมของผู้เขียนได้โดยตรง เว็บไซต์ที่มีการเขียนเนื้อหาสาระไม่ดี อ่านไม่เข้าใจ การใช้คำที่ผิดพลาด ไม่มีความถูกต้องในหลักภาษา ตลอดจนไม่มีความจูงใจให้น่าอ่าน ก็เท่ากับการทำลายเว็บไซต์ที่คุณสร้างขึ้นมาโดยปริยาย การที่จะเขียนให้ดีนั้นไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์ แต่เกิดจากการฝึกฝนและรู้จริงในหลักการเขียน ผมเองไม่ได้มีพรสวรรค์ด้านการเขียน ไม่ได้จบอักษรศาสตร์ เป็นคนที่เรียนวิชาภาษาไทยได้เกรด C แต่ผมชอบวิชาเรียงความมาตั้งแต่เรียนชั้นประถม เพราะเป็นหนทางการระบายความคิดและจินตนาการต่างๆ ที่อยู่ในหัวผมออกมา เราทุกคนแตกต่างจากสัตว์ตรงที่ เรามีจิตนาการซึ่งสัตว์ไม่มี ดังนั้นท่านจะเถียงผมไม่ได้ว่าท่านไม่มีจิตนาการ ปัญหาอยู่ที่เราไม่กล้าที่จะแสดงงานเขียนของเรา เราก็เลยไม่ได้เขียน บางคนก็อ้างว่าไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร ประเด็นนี้ก็ไม่จริง เพราะการสร้างเว็บไซต์เรามีโจทย์อยู่แล้วว่าเราจะต้องนำเสนออะไรต่อผู้อ่าน ประเด็นที่สำคัญอยู่ที่ว่าท่านไม่รู้ว่าจะเริ่มประโยคแรกอย่างไร เพราะถ้าเริ่มไม่ได้ ก็จบกัน ผมแก้ปัญหานี้จากการอ่านหนังสือทุกชนิด ข้อความงานเขียนทุกรูปแบบ ผมเองไม่ใช้หนอนหนังสือ ไม่ได้รักการอ่านเหมือหลายๆคน แต่ผมสนุกกับการอ่าน เพราะการอ่านทำให้ผมรู้อะไรต่างๆเยอะขึ้น และผมก็พบว่าการอ่านทำให้ผมเรียนรู้สำนวนและวิธีการเขียนจากนักเขียนท่านอื่นๆ ประโยคเริ่มต้นจะมีอยู่ไม่กี่ประโยค ซึ่งต้องยอมรับว่า ในตอนแรกๆ ผมเองก็ขอยืมนักเขีนอาชีพท่านอื่นๆมาใข้เหมือนกัน จนคล่องมือแล้วจึงพัฒนาต่อไปเป็นสำนวนของตนเอง การกระทำแบบนี้ไม่ได้น่าเกลียด ขอให้คิดซะว่านักเขียนที่เราลอกเลียนแบบนั้นเป็นครูของเรา

การเขียนที่ดีจะต้องมีโครงสร้างที่ดี หมายความว่าการเขียนจะต้องมีการจัดวางข้อมูลที่เชื่อมโยงอย่างมีระเบียบ ทำให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการสื่อสารคลาดเคลื่อนไป หรือที่แย่ที่สุดคือไม่เข้าใจเลย การเริ่มต้นที่จะพัฒนาการเขียนให้ดีขึ้น เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน งานสังคม หรือเรื่องส่วนตัว ก็มีเคล็ดลับที่ผมขอแนะนำ ดังนี้

  1. อ่านหนังสือทุกรูปแบบ ไม่ต้องเป็นหนอนหนังสือ แต่ต้องรู้จักจดจำสำนวนต่างๆ และซึมซับอารมณ์จากการเขียน และเรียนรู้การสื่อความหมายของผู้เขียน
  2. หัดเขียนเรื่องราว โดยการกำหนดหัวเรื่อง และใช้จินตนาการเล่าเรื่องออกมา ระยะแรกไม่ต้องเน้นจำนวนบรรทัด แต่ต้องเขียนให้จบ ระยะที่สองเริ่มกำหนดจำนวนบรรทัด โดยใช้หลัก มาก->น้อย เช่น เริ่มจาการเขียน 1 หน้า A4 ให้ได้สัก 10 เรื่อง หลังจากนั้นเอา 10 เรื่องที่เขียนไปแล้ว มาลดจำนวนบรรทัดลงมาเหลือ ครึ่งหน้า A4 เขียนไปซัก 10 ครั้ง แต่ยังคงสาระให้ได้เหมือนเดิม
  3. วิธีการนำเสนอจะต้องมีโครงสร้าง ดังนี้ เกรินนำ -> รายละเอียด ->สรุป ยังไม่ต้องคำนึงถึงสำนวนปลีกย่อย เช่น สำนวนสร้างอารมณความรู้สึกต่างๆ แต่สิ่งทีต้องให้ความสำคัญคือ ประธาน กริยา กรรม และคำบุพบท (เช่น กับ แก่ แด่ ต่อ เป็นต้น) เอาไว้จะกล่าวต่อไปครับ

 

เอาละครับสรุปตรงสำหรับวันนี้ การเริ่มเขียนเป็นเรื่องที่ดี การอ่านมากจะช่วยงานเขียน การเขียนมากจะทำให้ชำนาญ คนที่ชอบเขียนบันทึกเรื่องราวประจำวัน (Diary) ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เขียนได้เก่งขึ้น ขอให้หัดเขียนทุกว้นนะครับ